หมอเส็ง
|  
 ตะกร้าสินค้า (0)

สบู่พลูคาว หมอเส็ง

สบู่พลูคาว สูตรหมอเส็ง

สบู่พลูคาว สูตรหมอเส็ง

เป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของหมอเส็ง พึ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเดืนพฤศจิกายน2552 โดยมีส่วนผสมที่ช่วยให้ทำความสะอาดร่างกายดีขึ้น ดับกลิ่นกาย ให้รู้สึกหอมสดชื่นยาวนาน และสมานผิว หรือรูขุมขนต่างๆ และลดอาการคัน

จากที่เปิ้ลและคนในครอบครัวลองใช้ดู เห็นผลดีตั้งแต่ใช้ครั้งแรก เป็นกลิ่นหอมแบบไทยๆแต่ไม่เชย อย่างสบู่สมุนไพรทั่วไป ทำความสะอาดร่างกายได้อย่างดี ผิวหน้ากระจ่างขึ้น แต่คิดว่าไม่เหมาะสำหรับล้างหน้า คนที่เป็นสิวปวดหรือสิวอุดตันนะค่ะ ถ้าจะใช้ต้องใช้สบู่ขมิ้นชันค่ะ เดี๋ยวจะขอกล่าวอีกครั้งตอนต่อไปนะค่ะ

สบู่ก้อนนึง น้ำหนักสุทธิ100กรัม ก้อนละ100บาท ถ้าซื้อพร้อมสินค้าตัวอื่นส่งฟรีค่ะ แต่ถ้าจะลองซื้อดูก้อนเดียว คิดค่าส่ง30บาทค่ะ


สบู่พลูคาว หมอเส็ง

สบู่ขมิ้นชัน สูตรหมอเส็ง

สบู่ขมิ้นชัน สูตรหมอเส็ง

เป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของหมอเส็ง พึ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเดืนพฤศจิกายน2552 โดยมีส่วนผสมที่ช่วยให้ทำความสะอาดร่างกายดีขึ้น ดับกลิ่นกาย ให้รู้สึกหอมสดชื่นยาวนาน และบำรุงผิวพรรณ ผิวนุ่มเนียน และลดอาการคัน

จากที่เปิ้ลและคนในครอบครัวลองใช้ดู เห็นผลดีตั้งแต่ใช้ครั้งแรก เป็นกลิ่นหอมแบบไทยๆแต่ไม่เชย อย่างสบู่สมุนไพรทั่วไป(กลิ่นละแบบกับพลูคาวนะค่ะ) ทำความสะอาดร่างกายได้อย่างดี สิวเม็ดเล็กๆสิวเสี้ยนหลุดดี ตรงสิวหนองที่เป็นแผลค่อยๆแห้งยุบ และลอกออก หน้ากระจ่างขึ้นค่ะ
อยากแนะนำให้คนที่ชอบลองสบู่ล้างหน้าได้ซื้อหาไปลองใช้ดูค่ะ คิดว่าไม่น่าผิดหวังแน่กับสบู่สูตรหมอเส็ง ก้อนนี้....

สบู่ก้อนนึง น้ำหนักสุทธิ100กรัม ก้อนละ100บาท ถ้าซื้อพร้อมสินค้าตัวอื่นส่งฟรีค่ะ แต่ถ้าจะลองซื้อดูก้อนเดียว คิดค่าส่ง30บาทค่ะ


สบู่พลูคาว หมอเส็ง

ยาสตรีหลังคลอด

ยาสตรีหลังคลอดหมอเส็ง

สูตรใหม่ล่าสุด ที่ใช้เวลาการค้นคว้ายาวนาน เพื่อสำหรับบำรุงดูแลคุณแม่หลังคลอดโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่พึ่งคลอด หรือจะผ่านการคลอดมานานแล้ว แน่นอนว่าหลักๆเพื่อใช้แทนการอยู่ไฟ ช่วยให้กระชับในจุดที่เปลี่ยนไปตอนหลังคลอด ช่วยลดท้องลาย ช่วยเพิ่มน้ำนม ขับน้ำคาวปลาและของเสียที่ตกค้างที่เกิดในระหว่างการตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด เสร็จ และช่วยเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่ เพื่อให้มีน้ำนมมากขึ้น


พลูคาวผสมเห็ดหลินจือ

พลูคาวผสมเห็ดหลินจือ สูตรหมอเส็ง

พลูคาวผสมเห็ดหลินจือ

เมื่อพลูคาวยอดสมุนไพรของไทย พบกับ เห็ดหลินจือยอดสมุนไพรของจีน ด้วยตำรับยาพิเศษของหมอเส็ง ให้ทุกท่านดื่มเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่คิดว่า "ชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ จะรีรอผลัดวันประกันพรุ่งไม่ได้" บรรจุในบรรจุภัณฑ์อย่างดี ขนาดปริมาณ 750 ซีซี ราคาเพียง 1700 บาท และราคาสมาชิกในเว็บนี้เพียง 1250 บาท ค่าจัดส่ง 100 บาท ทั่วประเทศ

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับสมุนไพร ที่ชื่อ พลูคาว หรือ คาวตอง ได้ที่นี่

- คาวตอง สมุนไพรไทยยาปราบไข้หวัด 2009 (มติชนออนไลน์)


ยาบำรุงร่างกาย หมอเส็ง ชนิดแคปซูล

ยาบำรุงร่างกาย สูตรหมอเส็ง ชนิดแคปซูล

ยาบำรุงร่างกาย234 ชนิดแคปซูล

ตามคำเรียกร้องจากมวลมหาชน สำหรับผู้ที่มีปัญหาในการทานยาสมุนไพรชนิดน้ำ มีคุณสมบัติเท่ายาบำรุงกล่องเหลืองทุกประการ ทานได้ยาวนานกว่ายาน้ำ ในราคา 2600 บาท
แต่สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองทานดูได้ในราคา 2300 บาท ก็ลองโทรมาคุยกันนะค่ะ


ข่าวประชาสัมพันธ์

ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดหมู ไข้หวัด2009

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    คำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข
    เรื่อง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอช1เอ็น1)
    ฉบับที่ 8  
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2552

    --------------------------

    ปัจจุบัน การแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลกของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอช1เอ็น 1) ได้แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว โดยโรคมีความรุนแรงปานกลาง ประเทศไทยส่วนใหญ่พบในกรุงเทพฯและปริมณฑล  และมีรายงานมากกว่า 60 จังหวัดแล้ว ขณะนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา รองมาเป็นคนวัยทำงาน

    คำแนะนำทั่วไป
    ประชาชนทุกคนควรมีความรู้ ความเข้าใจโรคที่ถูกต้อง ไม่ตื่นตระหนก รู้วิธีการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ  โดยการติดตามข้อมูลคำแนะนำต่างๆ จากกระทรวงสาธารณสุข  รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  รับประทานอาหารมีประโยชน์ ผัก ผลไม้ ไข่ นม  นอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง หมั่นล้างมือบ่อยๆ  หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และฝึกนิสัยไม่ใช้มือแคะจมูก ขยี้ตา หรือจับต้องใบหน้า ถ้าจำเป็นควรใช้กระดาทิชชูจะปลอดภัยกว่า ดูแลตนเองหรือคนในครอบครัวที่ป่วยได้  และป้องกันไม่แพร่เชื้อให้คนรอบข้าง  โดยการหยุดเรียน  หยุดงาน  ปิดปากจูกเวลาไอจามด้วยกระดาษทิชชู  สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่กับผู้อื่น  และหมั่นล้างมือบ่อยๆ  ซึ่งจะช่วยควบคุมไม่ให้เกิดการระบาด  และลดผลกระทบด้านต่างๆ ได้มากที่สุด
    ผู้ ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะมีอาการป่วยใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตาม ฤดูกาลที่เกิดขึ้นทุกปี  คือมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล  เบื่ออาหาร บางรายอาจมีอาเจียน ท้องเสียร่วมด้วย  มีรายงานอาการสมองอักเสบ 4-5 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่  (95%) จะมีอาการทุเลาขึ้นตามลำดับ คือ ไข้ลดลง ไอน้อยลง รับประทานอาหารได้มากขึ้น และหายป่วยภายใน 5-7 วัน จึงไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
    ผู้ป่วยน้อยราย (5%) ที่มีอาการป่วยรุนแรงซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิต  คือ ไข้ไม่ลดลงภายใน 3 วัน ซึมหรืออ่อนเพลียมาก รับประทานอาหารไม่ได้  ไอมากจนเจ็บหน้าอก เกิดปอดบวม (หายใจถี่ หอบ เหนื่อย) นั้นพบว่า ส่วนใหญ่ (70%) เป็นกลุ่มผู้ที่มีภาวะเสี่ยง เช่น มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (โรคปอด หอบหืด  โรคหัวใจ  โรคเลือด ไต เบาหวาน ฯลฯ)  ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ (โรคมะเร็ง ฯลฯ)  โรคอ้วน  ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี  เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  หญิงมีครรภ์ อย่างไรก็ตาม มีส่วนหนึ่ง (30%) ที่มีอาการรุนแรงแต่ไม่สามารถสอบสวนหาภาวะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงและผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง  จึงต้องรีบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ ทันที

    การดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงที่บ้าน
    หากผู้ ป่วยมีอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้ไม่สูงมาก ตัวไม่ร้อนจัด ไม่ซึมหรืออ่อนเพลียมาก  และพอรับประทานอาหารได้  สามารถดูแลรักษาตัวที่บ้านได้  โดยปฏิบัติดังนี้
    • ผู้ป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน  และพักอยู่กับบ้านหรือหอพัก ไม่ออกไปนอกบ้านเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วันหลังวันเริ่มป่วย หรือหลังจากหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้พ้นระยะการแพร่เชื้อ  
    • แจ้งสถานศึกษาหรือที่ทำงานทราบ เพื่อจะได้เฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และป้องกันควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที
    • ให้ผู้ป่วยรับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซทามอล  (ห้ามใช้ยาแอสไพริน)  และยารักษาตามอาการ เช่น ยาละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก ตามคำแนะนำของเภสัชกร  หรือสถานบริการทางการแพทย์ หรือคำสั่งของแพทย์
    • ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส  ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ ยกเว้นพบเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ต้องรับประทานทานยาให้หมดตามที่แพทย์สั่ง  
    • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำสะอาดอุ่นเล็กน้อยเป็นระยะ  โดยการเช็ดแขนขาย้อนเข้าหาลำตัว  เน้นการเช็ดลดไข้บริเวณหน้าผาก  ซอกรักแร้  ขาหนีบ  ข้อพับแขนขา  และใช้ผ้าห่มปิดหน้าอกระหว่างเช็ดแขนขา  เพื่อไม่ให้หนาวเย็นจนเสี่ยงเกิดปอดบวม หากผู้ป่วยมีอาการหนาวสั่น ต้องหยุดเช็ดตัว  และห่มผ้าให้อบอุ่น    
    • ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้มากๆ งดดื่มน้ำเย็นจัด
    • พยายามรับประทานอาหารอ่อน ๆ รสไม่จัด เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ ผัก และผลไม้ให้พอเพียง
    • นอนพักผ่อนมากๆ ในห้องที่อากาศไม่เย็นเกินไป และมีอากาศถ่ายเทสะดวก
    • หากอาการป่วยรุนแรงขึ้น  เช่น ไข้ไม่ลดลงภายใน 3 วัน ซึมหรืออ่อนเพลียมาก รับประทานอาหารไม่ได้  ไอมากจนเจ็บหน้าอก เกิดปอดบวม (หายใจถี่ หอบ เหนื่อย) ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

    การแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นๆ ในบ้าน
    • ผู้ป่วยควรนอนแยกห้อง ไม่ออกไปนอกห้องจนกว่าจะหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้พ้นระยะการแพร่เชื้อ  
    • รับประทานอาหารแยกจากผู้อื่น หากอาการทุเลาแล้ว  อาจรับประทานอาหารร่วมกันได้  แต่ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง
    • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ  ร่วมกับผู้อื่น
    • ปิดปากจมูก เวลาไอ จาม  ด้วยกระดาษทิชชู แล้วทิ้งทิชชูลงในถังขยะ และทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล  หรือน้ำและสบู่หรือบ่อยๆ
    • ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นด้วยการสวมหน้ากากอนามัย
    • ผู้ดูแลผู้ป่วยควรสวมหน้ากากอนามัย
    • คนอื่น ๆ ควรอยู่ไกลจากผู้ป่วยประมาณ 1-2 เมตร  หรืออย่างน้อยประมาณหนึ่งช่วงแขน

    แหล่งข้อมูลการติดต่อเพื่อปรึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่
    1. กรุงเทพมหานคร  ติดต่อได้ที่ กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร  โทรศัพท์ 0 2245 8106,  0 2246 0358 และ 0 2354 1836
    2. ต่างจังหวัด  ติดต่อได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง

    ติดตามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์ กระทรวงสาธารณสุข   www.moph.go.th  และหากมีข้อสงสัย ติดต่อได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการ กรมควบคุมโรค หมายเลขโทรศัพท์ 0 2590 3333  และศูนย์บริการข้อมูลฮ็อตไลน์  กระทรวงสาธารณสุข หมายเลขโทรศัพท์  0 2590 1994  ตลอด 24 ชั่วโมง

พลูคาว

คาวตอง

 

พลูคาว คาวตอง

 

 

 

 

 

 

 

คาวตอง สมุนไพรไทยยาปราบไข้หวัด 2009 (มติชนออนไลน์)

          "ผักคาวตอง หรือผักพลูคาว" เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทย ใช้รักษาไข้หวัดนก-ไข้หวัดหมู หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีคุณสมบัติห้ามเอนไซน์ "Neuraminidase" ทำงานทำให้ไวรัสแบ่งตัวออกมาจากเซลล์ที่ติดเชื้อไม่ได้

          "ผักคาวตองหรือผักพลูคาว"  เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทยและประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้มานาน เช่น  จีน  เกาหลี  ญี่ปุ่น  เวียดนาม  กัมพูชา  ลาว  อินโดนีเซีย มีประโยชน์ในด้านการรักษาโรคใช้ในการลดไข้ ขจัดสารพิษ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ป่วย "เอชไอวี"ได้อีกด้วย

          คุณสมบัติสารพัดประโยชน์ของคาวตองที่กำลังเป็นที่ต้องการของคนไทยขณะนี้คือ สามารถรักษา "ไข้หวัดหมู"ได้ 

          ผักคาวตองมีสารซึ่งสามารถทำลายเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง ยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสไข้หวัดใหญ่ในเซลล์เพาะเลี้ยง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้หลอดเลือดขยายตัว

          ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า น้ำมันหอมระเหยในคาวตอง มีคุณสมบัติห้ามการทำงานของเอนไซม์  Neuraminidase ตรงเยื่อหุ้มไวรัส (Influenza)ทำให้ไวรัสไม่สามารถแบ่งตัวออกมาจากเซลล์ที่ติดเชื้อได้

          สำหรับยาแผนปัจจุบัน  Oseltamivir (Tamiflu) รักษาไข้หวัดนก  (Avian Influenza) หรือไข้หวัดหมู  (Swine Influenza) ปัจจุบันเรียกใหม่ว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่  2009  มีคุณสมบัติห้ามเอนไซน์  Neuraminidase ทำงาน ทำให้ไวรัสแบ่งตัวออกมาจากเซลล์ที่ติดเชื้อไม่ได้

          ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน สรุปว่า สมุนไพรคาวตองของไทยซึ่งมีประสิทธิภาพคล้ายคลึงกันจึงควรช่วยป้องกัน รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้เช่นกัน (สรุปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552)

          ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน และคณะได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ของสมุนไพรคาวตอง สูตรทองเนื้องามของผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่องในจังหวัดเชียงราย เมื่อปี 2551 ปรากฏว่า ผู้บริโภคสมุนไพรคาวตองสูตรทองเนื้องามร่วมกับยาต้านไวรัส มีคุณภาพชีวิตและภูมิคุ้มกันดีขึ้นกว่าใช้ยาต้านไวรัสเพียงอย่างเดียว

          อนึ่งผักคาวตองเป็นผักพื้นบ้านของไทยทางภาคเหนือ ซึ่งได้มีการบริโภคมาหลายร้อยปี จึงปลอดภัยในการบริโภคคุณภาพมาตรฐานของการผลิต 

          ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน ผู้เขียนหนังสือตำราสมุนไพร King of Herb เห็นคุณค่าด้านเภสัชวิทยา และด้านสาธารณสุขของสมุนไพรคาวตอง หรือพลูคาว จึงได้ร่วมก่อตั้งและเป็นประธานกรรมการมูลนิธิคาวตอง ทองเนื้องามเพื่อสังคม โดยยื่นขอจดทะเบียนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 มีวัตถุประสงค์ของมูลนิธิคาวตอง ทองเนื้องามเพื่อสังคม และการดำเนินการในปัจจุบันคือ การสงเคราะห์ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือต้องการเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่ไม่มีความพร้อมทางเศรษฐกิจ ตามหลักการของมูลนิธิ (เดือนละหลายร้อยราย)  สำหรับผู้ที่มีความพร้อมทางเศรษฐกิจ มูลนิธิได้รับความอนุเคราะห์จากโรงงานผู้ผลิตให้จำหน่ายในราคาพิเศษ ตามจำนวนที่กำหนดในแต่ละเดือน  เพื่อมูลนิธิจะได้ใช้เป็นทุนสำหรับช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีความพร้อมทาง เศรษฐกิจต่อไป เพื่อส่งเสริมการศึกษาสมุนไพร ซึ่งขณะนี้ได้มีการศึกษาร่วมกับแพทย์และนักวิจัย ทั้งในคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยของรัฐ และสถานพยาบาลบางแห่ง


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
          
             มติชนออนไลน์

ยอดจำหน่าย ยาหมอเส็ง
ขอขอบคุณที่ทุกท่านมอบความไว้วางใจให้กับผลิตภัณฑ์หมอเส็ง

ประกาศแล้วยอดจำหน่ายประจำปี 2551 ที่มาผ่านมา ของผลิตภัณฑ์ตราหมอเส็ง ด้วยความไว้วางใจต่อลูกค้าที่มีต่อ "หมอเส็ง" ทานดี สุขภาพแข็งแรง แล้วช่วยบอกต่อ ทำให้บริษัท มียอดจำหน่ายสูงถึง 1,400 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยาสมุนไพร ที่เป็นของคนไทย ที่เป็นเจ้าใหญ่ของประเทศนี้เลยค่ะ

และหวังว่าปีนี้เราคงจะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทุกท่านอีกเช่น เคยนะค่ะ ปีนี้ทางบริษัทจะขยายศูนย์ใหญ่ อีกหลายศูนย์ ในหลายพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อปูพื้นฐานให้มั่นคง ก่อนที่จะขยับขยายออกไปยังต่างประเทศ เพื่อธำรงค์ไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีของสมุนไพรไทย ที่บรรพชนไทยได้ตกทอดไว้ ให้ลูกหลานได้ใช้เพื่อให้ สุขภาพดีกันถ้วนหน้าทุกๆคน




ตกงาน ก็มาขายหมอเส็งซิ
ตกงานขาดรายได้อย่าสิ้นหวัง..มาขายยา หมอเส็ง กันเถอะ!!!

ข้อดี
1.ไม่ต้องรักษายอดขาย 2.จ่ายโบนัสตามความขยัน 1,000-20,000 บาท ต่อวัน!!! 3.ยิ่งขยันยิ่งได้รับมากรายได้อยู่ที่คุณกำหนด
4.ลงทุนต่ำแต่ผลสำเร็จมีมูลค่าสูงอยู่ที่คุณกำหนดอีกเช่นกัน 5.ไม่ต้องไปอายว่าหลอกขายชาวบ้าน เพราะยาหมอเส็ง คือของจริง ที่รักษาผู้คนมากว่าหลักล้านคน และด้วยยอดขายที่ผ่านมาต่อปีไม่ต่ำกว่า 1000 ล้าน เป็นเครื่องการันตรี ได้ดีกว่าสิ่งใดๆ

ข้อเสีย(ไม่ใช่เฉพาะกับหมอเส็ง แต่คิดว่าคงใช้ได้กับทุกกิจการ)
1.ไม่เหมาะกับผู้ที่ขาดความมุ่งมั่น ขยัน และอดทน 2.ไม่เหมาะกับผู้มีทัศนิคติแง่ลบ 3.ผู้ที่รอวาสนาโชคช่วยรอชาติหน้ารวย

" ไม่ต้องขายเก่ง ไม่จำเป็นต้องพูดมาก ขอให้มีความตั้งใจ และเข้าใจงาน ก็พอ เพราะที่นี่ทำกันเป็นทีม ลองโทรมา 089-6856100 เปิ้ล"



หมอเส็ง มาตรฐานจีเอมพี
โรงงานหมอเส็ง " ฉัตรชัยแพทย์แผนโบราณ "
คว้าใบรับรองคุณภาพมาตรฐานสากล GMP
กระทรวงสาธารณสุขหนุนอุตสาหกรรมยา สมุนไพรไทย ผสานภูมิปัญญาไทย และสากล ส่งเสริมการใช้สมุนไพรในโรงพยาบาลรัฐ จัดประชุมผู้ประกอบการ 4 ภาค เริ่มที่ 25 จังหวัดภาคกลาง โดยมุ่งพัฒนาสถานที่ผลิตให้ได้มาจรฐาน GMP ส่งเสริมให้ผู้ผลิตตื่นตัวในการพัฒนาตนเอง และเพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานยาสมุนไพร รวมถึงลดความเสี่ยง ต่อการใช้ยาด้อยคุณภาพ เผยโรงงาน " ฉัตรชัยแพทย์แผนโบราณ " คือ 1 ใน 16 โรงงานผลิตสมุนไพรคุณภาพที่กระทรวงสาธารณสุขให้การรับรองในความเป็นมาตรฐาน ด้านการผลิต
เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม "โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมยาสมุนไพรภายใต้การบูรณาการของกรมพัฒนาการแพทย์แผน ไทยและการแพทย์ทางเลือกและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาปี 2552" ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมยาจากสมุนไพร พัฒนาสถานที่ผลิตยาให้มีคุณภาพที่หลายผสมผสานภูมิปัญญาไทยและสากล เน้นการพัฒนาศักยภาพเพื่อการพึ่งตนเองด้วยการส่งเสริมสมุนไพรการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก โดยมีเป้าหมายการใช้ยาสมุนไพรไม่น้อยกว่าร้อยละ 5-10 ของมูลค่าการใช้ยาในโรงพยาบาล ทั้งนี้ยาสมุนไพรที่ใช้ในบัญชียาหลักแห่งชาติปัจจุบันมี 30 รายการ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน บัวบก เจลพริก ยาจันทน์ลีลา ยาหอมเทพจิตร และยาหอมนวโกฐ เป็นต้น


มดลูกต่ำ...อาการที่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยต้องเป็น

มดลูกค่ำ

มดลูกต่ำ…ก็คือภาวะที่มดลูกเคลื่อนตัวลงมา จากตำแหน่งปกติที่มันควรจะอยู่นั่นเอง ภาวะมดลูกต่ำเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็เป็นได้ ดูภายนอกไม่รู้หรอกครับว่าใครต่ำ ใครไม่ต่ำ ไม่มีใครมาเปิดหวอโชว์มดลูกให้ดูกันหรอก แต่รู้หรือเปล่าครับว่าผู้หญิงไทยเป็นมดลูกต่ำกันเกือบค่อนประเทศ ขนาดบางคนยังไม่รู้ตัวเลยครับว่ามดลูกต่ำหรือเปล่า

ลอง สังเกตดูง่ายๆ ก็ได้ ปกติแล้วช่องคลอดของผู้หญิงเราจะลึกเข้าไปข้างในประมาณ 3 นิ้ว ถ้าลองเอานิ้วสอดเข้าไปจนสุดนิ้วแล้ว…ควานไปควานมาจะเจอปากมดลูกเป็นจุกกลมๆ แข็งเด้งๆ เหมือนปลายจมูก หรือถ้าปากมดลูกอยู่สูงมากๆ ก็อาจจะควานหาไม่เจอ แต่ถ้ามดลูกต่ำแค่สอดนิ้วไปได้นิดเดียว ก็ถึงปากมดลูกแล้ว ถ้าต่ำมากๆ นั่งยองๆ ดู แล้วเบ่งท้อง บางทีปากมดลูกก็โผล่ออกมาสูดอากาศข้างนอกได้เลยครับ คนเฒ่าคนแก่ที่ลูกเยอะๆ คลอดกันเองตามบ้านแล้วไม่ได้เย็บแผล บางทีก็ลูกเยอะจนแทบไม่ต้องเบ่ง แค่ไอสองทีลูกก็เล็ดออกมาแล้ว ถ้าเป็นประเภทนี้แล้ว รับรองว่ามดลูกต่ำกันทั้งนั้น ดีไม่ดี นั่งเบ่งดู มดลูกอาจหลุดออกมาห้อยร่องแร่งข้างนอกเลยก็ได้…ไม่ได้โม้นะ

ปกติ ผู้หญิงทุกคนจะมีมดลูกติดตัวมาด้วย โดยมดลูกจะอยู่ภายในช่องท้องส่วนล่างที่เรียกว่า ท้องน้อยนั่นแหละครับ แล้วมดลูกก็เป็นอวัยวะที่แปลก คือมันไม่ได้ยึดติดแน่นกับอะไรชัดเจนเป็นเรื่องเป็นราว แต่จะห้อยแกว่งไปแกว่งมาในช่องท้อง ด้านล่างก็จะมีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นตัวอุ้มรับเอาไว้ ด้านบนจะมีเส้นเอ็นปีกมดลูกดึงรั้งไว้

ผู้ชาย น่ะช่องท้องมันตันเบ่งยังไงแรงเบ่งมันก็ออกมาได้แค่ทางก้นอย่างเดียว แต่ในผู้หญิงนอกจากก้นแล้วยังมีช่องคลอดเป็นทางออกเพิ่มขึ้นมาอีกทาง แถมยังรูปกว้างกว่าก้นอีก กล้ามเนื้อหูรูดก็ไม่ได้รัดแน่นแข็งแรงเท่าก้น เวลาผู้หญิงเบ่งท้อง แรงเบ่งจะดันออกมาทางช่องคลอด ซะมากกว่าในผู้หญิงที่ยังไม่มีลูก กล้ามเนื้อโครงสร้างภายในยังเนี๊ยบอยู่ ช่องคลอดก็ยังไม่กว้าง เวลาเบ่งท้องมดลูกก็จะเป็นเหมือนจุกลงมาปิดก้นช่องคลอดด้านในไว้ กระบังลมที่แข็งแรงกับปีกมดลูก ที่หิ้วไว้ข้างบนก็จะช่วยยึดมดลูกไว้ไม่ให้ถูกแรงเบ่งดันหลุดลงไปในช่องคลอด ได้

มดลูกถ้ามันอยู่เฉยๆ ไม่ไปยุ่งอะไรกับมันก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่เกิดมาเป็นผู้หญิง ก็มักมีอะไรมายุ่งกับมดลูกเราอยู่เรื่อย ที่สำคัญก็ตอนตั้งครรภ์กับตอนคลอดนี่แหละ ระหว่าง ที่ตั้งครรภ์มดลูกมันจะขยายขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ ปีกมดลูกก็จะถูกรั้งดึงขึ้นไปเรื่อยๆ พอคลอดปั๊บปีกมดลูกที่ถูกดึงยึดก็จะเกิดอาการหย่อนไปได้บ้าง

ใน เวลาเดียวกันตอนที่คลอดเองหัวของลูกก็มุดทะลุทะลวงผ่านกล้ามเนื้ออุ้ง เชิงกรานออกไป กล้ามเนื้อกระบังลมที่เคยตึงๆ ก็หย่อนยานเสียหายไปได้บ้าง ช่องคลอดของเดิมๆ ที่แคบๆ ก็กว้างกลวงขึ้นกว่าเดิ ช่วงหลังคลอดกระบังลมก็หย่อน ปีกมดลูกไม่รั้งตึง ช่องคลอดก็กว้างพอเบ่งท้องแรงๆ มดลูกก็เกือบจะแลบออกมาข้างนอกเลยครับ ฟังดูแล้วเดี๋ยวจะไม่ยอมคลอดเองขึ้นมา ที่จะเป็นปัญหาก็มักเป็นพวกที่คลอดเองแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมออกกำลังกายบ้าง ถ้าบริหารกล้ามเนื้อกระบังลมดีๆ หน่อยก็จะกลับเข้าที่เองได้ภายในเวลาแค่สามเดือนเท่านั้นเอง

ยืนนาน ยกหนัก มดลูกต่ำได้นะ
สาเหตุของมดลูกต่ำ เกิดจากการคลอดลูกแล้วไม่ได้บริหารร่างกายอย่างถูกต้องเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง ครับ นอกจากนั้นพวกที่ต้องทำงาน ยืนเยอะ เดินเยอะ ยกของหนัก เบ่งท้องบ่อยๆ ก็มีปัญหามดลูกต่ำได้ง่าย อาชีพพยาบาลนี่แหละที่เป็นกันเยอะ ในตำราฝรั่งเขาก็เขียนเอาไว้อย่างนั้นจริงๆ ไม่ได้โม้เอาเองด้วย ก็พยาบาลต้องเดินเยอะ ต้องอุ้มคนไข้ขึ้นอุ้มคนไข้ลง ต้องเบ่งท้องกันบ่อยๆ มดลูกก็เลยต่ำกันเป็นแถวๆ พวกที่ไอบ่อยๆ ไอเรื้อรังก็ควรรีบๆ ไปรักษาให้หายเร็วๆ ด้วยเหมือนกัน เพราะเวลาไอมากๆ ก็จะมีแรงเบ่งลงไปทางช่องคลอด โครงสร้างที่รองรับต่างๆ ก็จะพลอยยืดหย่อนเสียหายไปหมด ยิ่งบางคนที่มีอาการไอจามแล้วปัสสาวะเล็ดร่วมด้วย รับรองได้เลยว่ามดลูกต่ำร้อยเปอร์เซ็นต์

คน อายุมากก็มีโอกาสเกิดมดลูกต่ำได้มากกว่าสาวๆ ยิ่งถ้าหมดประจำเดือนไปแล้วก็ยิ่งหย่อนได้ง่ายกว่าเก่า เมื่อร่างกายเราไม่สร้างฮอร์โมนแล้วเนื้อเยื่อต่างๆ ก็จะมีการเสื่อมสภาพลง เส้นเอ็นปีกมดลูก กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน รวมทั้งโครงสร้างภายในต่างๆ ก็แข็งแรงน้อยลง ยิ่งอายุสูงวัยขึ้นฉันใด มดลูกก็ยิ่งต่ำลงไปตามวัยด้วยฉันนั้น …อนิจจัง

ต่ำมาก ต่ำน้อยวัดกันที่ตรงไหน
ในคนที่เป็นมะเร็งเป็นเนื้อร้าย จะมีแบ่งว่าเป็นขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 …คนที่มดลูกต่ำก็ไม่น้อยหน้า มีแบ่งกันเป็นขั้นๆ ด้วยเหมือนกัน

มดลูกต่ำขั้นแรก มดลูกก็จะเลื่อนลงต่ำกว่าตำแหน่งปกติ แต่ยังไม่ถึงระดับเยื่อพรหมจารี

มดลูกต่ำขั้นที่สอง ปากมดลูกเลื่อนลงมาต่ำมากขึ้น จนถึงระดับเยื่อพรหมจารีพอดี
สมัย ก่อนตอนที่เป็นแพทย์ฝึกหัดต้องเรียน ต้องอ่านจากตำราฝรั่งทั้งนั้น อ่านถึงตรงนี้ทีไร อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังอดหัวเราะไม่ได้ ก็ผู้หญิงที่ถึงขนาดกระบังลมหย่อน มดลูกเคลื่อนไปหมดแล้วนี่ รับรองได้เลยว่าคงไม่มีเยื่อพรหมจารีเหลือให้เห็นหรอกครับ คงมีแต่ร่องรอยว่าเคยมีเยื่อพรหมจารีอยู่ตรงนี้ซะมากกว่า

มดลูกต่ำขั้นที่สาม มดลูกต่ำจนปากมดลูกโผล่ออกมาสูดอากาศข้างนอกได้

มดลูกต่ำระยะสุดท้าย มดลูกจะหลุดห้อยออกมาข้างนอกทั้งพวง เรียกว่าห้อยร่องแร่งได้เลย

มดลูก ต่ำระยะแรกๆ อาจไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้ครับ หรือถ้ามีก็มักมีอาการไม่มาก ยิ่งมดลูกต่ำลงมากก็ยิ่งมีอาการมาก แรกๆ อาจมีอาการเริ่มปัสสาวะลำบาก ไอจามปัสสาวะเล็ด อันปัสสาวะไม่ได้ เนื่องจากคนที่มดลูกต่ำมักมีปัญหากระบัลมหย่อนร่วมด้วย หูรูดของกระเพาะปัสสาวะก็เลยหย่อนตามไปด้วย เวลาเบ่งท้อง ไอจาม แรงรัดของหูรูดก็ไม่สามารถทนต่อแรงดันของปัสสาวะได้ เวลาไอจามเลยเล็ดทุกที บางคนเป็นหนักขนาดบางทีหัวเราะจนฉี่ราดเลยก็มี

ผู้หญิงคนไหนพอให้ยกของหนักๆ แล้วชอบบ่นว่าปวดท้องน้อย ให้สันนิษฐานไว้เลยครับว่าช่องคลอดต้องกว้าง กระบังลมต้องหย่อนแน่ มดลูก ก็เปรียบเสมือนจุกที่อุดอยู่ด้านในของช่องคลอด ถ้าช่องคลอดกว้าง กระบังลมหย่อน เวลาเบ่งท้อง หรือยกของหนัก มดลูกก็จะถูกเบ่งดันเลื่อนลงไปในช่องคลอด ส่งผลให้ไปรั้งดึงปีกมดลูกลงมาจนตึงเจ็บได้ …รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าเผลอไปบ่นกับใครเข้าล่ะว่ายกของหนักไม่ได้ ยกแล้วมันจะปวดท้องน้อย เดี๋ยวใครๆ เขาจะรู้กันหมอว่าช่องคลอดกว้าง

นอก จากจะเจ็บที่ปีกมดลูกแล้ว คนที่มดลูกต่ำบางคนก็อาจมีอาการถ่วงท้องน้อย เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่ปากช่องคลอด บางคนก็รู้สึกเหมือนจะมีอะไรหลุดออกมา ที่จะหลุดออกมาก็มดลูกจุกอยู่ข้างในนั่นเอง

เซ็กซ์…กับมดลูกต่ำ
หลายคนคิดทะลึ่งหน่อยก็อาจสงสัยกันนะครับว่า นี่ถ้า มดลูกต่ำ เวลามีอะไรกันก็ใส่เข้าไปได้นิดเดียวเองสิ ที่จริงถ้าไม่เป็นมากถึงขนาดมดลูกหลุดออกมามันก็ไม่เป็นปัญหาอะไรมากหรอก ครับ หย่อนลงมาได้ก็ต้องดันขึ้นไปได้ เวลามีเพศสัมพันธ์ก็ยังใส่เข้าไปได้จนสุดเหมือนเดิม มดลูกก็จะถูกดันลอยขึ้นไปได้เอง ปัญหามันก็ไม่ได้อยู่ที่มดลูกมันจะต่ำแค่ไหนหรอกครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่ช่องคลอดกว้างต่างหาก ช่องคลอดที่กว้างมันก็เลยไม่กระชับ ความรู้สึกเสียดสีก็น้อย ความพึงพอใจทางเพศก็ต่ำ ถ้านึกภาพไม่ออกก็ลองนึกภาพเอาสากกะเบือไปแกว่งในปากโอ่งก็แล้วกันครับ …คิดแล้วมันทรมานหัวใจเหลือเกิน

ดูดูแล้วสาเหตุ สำคัญที่สุดที่เป็นเหตุให้มดลูกต่ำก็คือ การเสียหายจากการคลอดนั่นเองครับ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือหลังคลอดแล้วนั่นเอง

หมอเส็ง

"ว่านชักมดลูก...  ยาทำสาวนิรันดร์... 
"คัดจากคอลัมน์เกษตรกรบนแผ่นกระดาษ
โดยนายเกษตร" หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
"

ว่านชักมดลูกให้คุณประโยชน์กับสตรี โดยเฉพาะ การปรุงยาเป็นยารักษาภายในของสตรี ต้องปรุงยาโดยหมอแผนโบราณ ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ จึงจะได้ผล... 
ที่สำคัญยังเป็นยารักษามดลูกพิการ ปวดมดลูก ประจำเดือน ผิดปกติมีกลิ่นเหม็นเป็นมุตกิต ระดูขาว กินว่านนี้จะหาย ได้... ว่านชนิดนี้นิยมใช้กันมากในหมู่สตรีที่มีสามี และผ่านการคลอดบุตรแล้ว เนื่องจาก
มีสรรพคุณ ทำให้เป็นสาวเสมอ ...
แม้ จะมีบุตรกี่คนก็ตาม ไม่ต้องพึ่งมีดหมอผ่าตัดทำสาว หรือ รีแพร์ ยกเครื่องใหม่ให้เสียเงิน หรือเจ็บตัว...ทำให้มดลูกรัดตัวเล็กลง เรียกว่ามดลูกเข้าอู่เร็ว และกระชับเหมือนยังเป็นสาวแรกรุ่น ทำให้สามีไม่ไปเที่ยวนอกบ้าน

ถ้ามีคนถามว่า... 


"ถ้าคุณซื้อความสาวและความสวยของคุณกลับมาได้.....

คุณจะซื้อหรือไม่ ...?"


สิ่งที่ผู้บริโภคควรทราบ
:.ยาสมุนไพรที่ดี ต้องมีที่มา การผลิตที่ชัดเจน สะอาด ได้มาตรฐานและต้องไม่ผสมแอลกอฮอล์ และ เสตียร์รอยด์ มีมาตรฐานการยอมรับ


GMP
GMP (Good Manufacturing Practice) หรือ หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีสำหรับการผลิต เป็นการจัดการสภาวะแวดล้อมขั้นพื้นฐานของกระบวนการผลิต เช่น การควบคุมสุขลักษณะส่วนบุคคล การควบคุมแมลงและสัตว์นำโรค การออกแบบโครงสร้างอาคารผลิต รวมถึงเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น ซึ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไข เป็นระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารขั้นพื้นฐาน (Food Safety Management System) คือ การจัดการเพื่อไม่ให้อาหารก่อผลกระทบทางลบต่อผู้บริโภค เมื่ออาหารนั้นถูกเตรียมหรือบริโภค ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารจะสมบูรณ์ เมื่อจัดทำระบบ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point) ซึ่งเป็นการจัดการด้านการควบคุมกระบวนการผลิต โดยจะทำการวิเคราะห์และประเมินอันตรายในขั้นตอนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่ตรวจรับวัตถุดิบ จนกระทั่งเป็นผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภค ว่าจุดใด หรือ ขั้นตอนใดมีความเสี่ยง ต้องควบคุม ถ้าปราศจากการควบคุมที่จุดนั้นจะทำให้ ผลิตภัณฑ์อาหารไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เรียกจุด หรือขั้นตอน นั้น ๆ ว่า จุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Critical Control Point; CCP) จากนั้นหามาตรการควบคุมจุดวิกฤต เพื่อให้อาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภค กล่าวได้ว่าGMP เป็นพื้นฐานที่สำคัญของ HACCP  

ตราฮาลาล คือตราที่ติดบนสลากผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นที่ฮะลาล (อนุมัติ) สำหรับมุสลิมใช้บริโภค โดยจะมีคำว่า "ฮาลาล" เป็นภาษาอาหรับประทับอยู่

อาหารฮะลาล หรือฮาลาล คืออาหารที่ไม่มีสิ่งต้องห้ามเจือปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสัตว์นั้นจะต้องเป็นเนื้อฮะลาล และไม่เจือปนสิ่งฮะรอมเช่น เหล้า หรือไขมันหมู เป็นต้น เนื้อสัตว์ หรือ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ที่ฮะลาล จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสัตว์นั้นผ่านการเชือดที่ถูกต้องตามแนวทางอิสลามดังต่อ ไปนี้
1.ผู้เชือดเป็นมุสลิมที่เข้าใจ และรู้วิธีการเชือดแบบอิสลามอย่างแท้จริง
2.สัตว์ ที่จะนำมาเชือดจะต้องไม่เป็นสัตว์ต้องห้าม เช่น สุกร สัตว์ที่ล่าหรือบริโภคสัตว์อื่นเป็นอาหาร เช่น เสือ สุนัข สัตว์ปีกที่ล่าหรือบริโภคสัตว์อื่นเป็นอาหาร เช่น เหยี่ยว อินทรีย์ สัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู
3.สัตว์ยังมีชีวิตขณะทำการเชือด
4.การเชือดต้องเริ่มต้น ด้วยการเปล่งคำว่า "บิสมิลลาหฺ" อันมีความหมายว่า ด้วยพระนามของอัลลอหฺ
5.การเชือดโดยใช้มีดคมตัดเส้นเลือดใหญ่ หลอดลม หลอดอาหาร ที่ลำคอให้ขาดจากกัน เพื่อให้สัตว์ตายโดยไม่ทรมาน
6.สัตว์ต้องตายสนิทก่อนที่จะแล่เนื้อ หรือดำเนินการใด ๆ ต่อไป


การขึ้นทะเบียนยา

ยาแผนปัจจุบัน
- 1A 12/50 หมายถึง เป็นยาแผนปัจจุบันที่ในไทย ที่มีสารออกฤทธิ์ 1 ตัว

- 2B 13/50 หมายถึง เป็นยาแผนปัจจุบันที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ทำมาแบ่งบรรจุในไทย และที่มีสารออกฤทธ์ มากกว่า 1 ตัว

- 1C 37/50 หมายถึง เป็นยาแผนปัจจุบันที่นำเข้าจากต่างประเทศ

***หมายเหตุ ตัวเลขข้างหน้า 1 และ 2 คือบ่งบอกว่าสารออกฤทธิ์มีหนึ่งตัว หรือมากกว่า 1 ตัว

ยาแผนโบราณ

- G 15/50 หมายถึง ผลิตในไทย และบรรจุในไทย (ยาหมอเส็ง ขึ้นทะเบียนแบบนี้ส่วนมาก)

- K 20/50 หมายถึง นำเข้ามาจากต่างประเทศ และบรรจุที่ต่างประเทศ

อาหารเสริม

- จะมีเครื่องหมาย อย. และมีเลขทะเบียนอยู่ 13 หลัก และที่สำคัญจะทีคำเตือน อยู่ทุกผลิตภัณฑ์ "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน"


Online: 1 Visits: 1,698 Today: 2 PageView/Month: 37

ด้วยความปราถนาดีจาก "สยามทูเว็บดอทคอม" และเพื่อป้องกันการเปิดเว็บไซต์เพื่อหลอกลวงขายของ โปรดตรวจสอบร้านค้าให้แน่ใจก่อนตัดสินใจซื้อของทุกครั้งนะคะ    อ่านเพิ่มเติม ...
ปิดกรอบโฆษณา X
รถมือสอง , ตลาดรถ
รับทําเว็บไซต์ ทำเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป ฟรีเว็บไซต์ สร้างเว็บไซต์
ปิดกรอบโฆษณา Xแหล่งรวมรถมือ 2 ออนไลน์ที่มีให้เลือกมากที่สุด และได้รับความนิยมที่สุดในตอนนี้ ราคาถูกสุดๆ ห้ามพลาด!
Advertising Zone